21 ก.พ. 2553

รู้จักโยคะ



ความหมายของโยคะ
โยคะเป็นคำสันสกฤตหมายถึงการรวมให้เป็นหนึ่ง โยคะจะรวมกาย จิต วิญาณให้เป็นหนึ่งทำให้เรามีสติและอยู่บนพื้นฐานของความจริงของชีวิต
โยคะไม่ใช่ศาสนา เพราะมีโยคะบางชนิดไม่เกี่ยวกับศาสนาแต่ส่วนใหญ่มาจากพื้นฐานของความเชื่อและแนวทางปฏิบัติของศาสนา การฝึกโยคะคือการฝึกการปลอดปล่อยจากสิ่งลวงตาและการหลงผิด
การฝึกโยคะเป็นฝึกการเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งร่างกายและจิตวิญาณ นอกจากจะเปลี่ยนแปลงแล้วยังสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้น
การฝึกโยคะจะประกอบไปด้วยส่วนที่สำคัญ 3 อย่างได้แก่ การออกกำลังกายหรือการฝึกท่าโยคะ การหายใจหรือลมปราณ การทำสมาธิ การฝึกท่าโยคะจะกระตุ่มอวัยวะและต่อมต่างๆในร่างกายทำงานดีขึ้นสุขภาพจึงดีขึ้น การหายใจเป็นแห่งก่อให้เกิดพลังของชีวิต การควบคุมการหายใจจะทำให้จิตใจและสุขภาพดีขึ้น การฝึกท่าโยคะและการหายใจจะเป็นพื้นฐานในการทำสมาธิ หากท่านได้ฝึกทั้งสามอย่างจะทำให้ผู้ฝึกมีสุขภาพที่แข็งแรง จิตใจผ่องใสและเข็มแข็ง

ชนิดของโยคะ
1. Raja-Yoga (the royal path of meditation)เป็นโยคะที่เน้นการเข้าฌาณเพื่อทำให้เกิดสมาธิ ซึ่งต้องการความสงบทั้งร่างกายและจิตใจ ข้อดีของการฝึกโยคะชนิดนี้คือฝึกง่ายมีวิธีปฏิบัติที่แน่นนอน เป็นการฝึกแบบวิทยาศาสตร์ ผู้ฝึกจะได้ความสงบและปัญญา ข้อเสียคือการฝึกจะต้องใช้เวลามากอาจจะทำให้ผู้ฝึกต้องแยกตัวเองออกจากสังคม
2. Karma-Yoga (the path of self-transcending action)เป็นโยคะที่เกี่ยวข้องกับศาสนามากที่สุด มีการยึดเหนี่ยว พิธีกรรมบวงสรวงเทพเจ้า มีการสวด มีการเข้าเข้าฌาณ เทพเจ้าที่บูชาได้แก่ พระวิษณุเป็นต้นข้อดีคือผู้ฝึกจะไม่เห็นแก่ตัว ไม่มีฐิติ ทำงานบริการได้ดี
3. Bhakti-Yoga (the path of devotion) เป็นโยคะสำหรับผู้ต้องการเสียสละ
4. Jnana-Yoga (the path of wisdom) เป็นโยคะแห่งปัญญา เน้นเรื่องความจริง Realityเป็นหนึ่ง โลกที่เราคุ้นเคยมักจะมีภาพลวงตา เช่นการเห็นเชือกเป็นงู การที่จะทราบจะต้องเพ่งพินิจ การที่เราเห็นผิดเป็นชอบเรียกมายา(maya)หรือหลงผิด การแก้การหลงผิดสามารถทำได้โดยการปลีกวิเวก(viveka)เมื่อรู้ว่าอะไรไม่จริงก็สละสิ่งนั้น
5. Tantra-Yoga (which includes Kundalina-Yoga) เป็นโยคะที่รวมหลายชนิดของโยคะรวมกัน Tantra-yoga สอนให้รู้จักด้านมืดของชีวิต เน้นพิธีการบวงสรวง เน้นการเข้าฌาณเพื่อปลุกพลังภายในร่างกาย Tantra-yoga เน้นการประสานกายและพลังจิต
6. Mantra-Yoga (the path of transformative sound) เป็นโยคะที่ไม่ซับซ้อน เน้นการสวดภาวะนาและกล่าวคำว่า โอม
7. Hatha-Yoga (the forceful path of physical self-transformation) จุดประสงค์โยคะนี้เป็นการเตรียมร่างกายเพื่อให้มีพลังที่จะบรรลุสู่ความสำเร็จจะต้องประกอบด้วยการออกกำลังและฝึกลมปราณ การฝึกโยคะนี้จะทำให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรง อดทนต่อความหิว ร้อน หรือหนาว เมื่อร่างกายและจิตใจแข็งแรงก็ทำให้ผู้ฝึกเข้าถึงสมาธิฌาณได้ง่าย

ประโยชน์ของการฝึกโยคะ
การฝึกโยคะดั้งเดิมต้องการค้นหาความสุขที่แท้จริง ความสุขที่ไม่ใช่เกิดจากความพอใจหรือความรื่นรมย์ การฝึกโยคะจะทำให้ร่างกายแข็งแรง มีความสมดุลของระบบประสาท และมีรู้ความหมายแท้จริงของชีวิต จิตใจมั่นคงไม่หวั่นไหวตามสิ่งแวดล้อม ไม่เสียใจ ไม่ดีใจเกินไป เป็นการฝึกจนเกิดปัญญา แต่ปัจจุบันได้นำมาฝึกเพื่อประโยชน์ดังต่อไปนี้
+ ช่วยให้เลือดไหวเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย
+ ช่วยผ่อนคลายความเครียด และอาการปวดเมื่อย
+ ช่วยทำให้รูปร่างและทรวดทรงดีขึ้น รวมทั้งการทรงตัว
+ ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อดีขึ้น
+ ทำให้มีสมาธิในการทำงานดีขึ้น
+ ทำให้มีสติดีขึ้นรู้ว่าเรากำลังทำอะไร เพื่ออะไร
+ ทำให้ใจเย็นลง
+ ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน

รูปหน้ากับโหงวเฮ้ง


ตัดผมตามรูปหน้า-โหงวเฮ้ง สวยเด้ง เฮงด้วย
ทรงผมสามารถสรรค์สร้างบุคลิกของแต่ละคนให้แตกต่าง ไม่ว่าจะดูโฉบเฉี่ยว เปรี้ยวปริ๊ดส์ หวานเก๋ เรียบร้อย ทอมบอย เป็นสาวมั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทำให้คนเรา “พลาด” กลายเป็น “เอาต์” ได้ง่ายๆ ก็ด้วยทรงผมนี่เอง
บางคนสนุกสนานกับการได้เปลี่ยนทรงผมของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการตัด ดัด ยืด ทำสี ทำโลไลต์-ไฮไลต์ แล้วแต่ความชอบ แต่บางคนก็ไม่มั่นใจกับการเปลี่ยนแปลงทรงผมของตัวเองเอาซะเลย ทำผมทรงไหนก็เป็นทรงนั้นอยู่นานแรมปี บางคนก็มีปัญหา เปลี่ยนแปลงตัด ทำสีมาแล้วช่างไม่เข้ากับบุคลิกหน้าตา เฮ้อ! เป็นปัญหาหนักศีรษะจริงๆ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับการเปลี่ยนแปลงตัวเอง (ทรงผม) มี “ซินแส” ทีปกรณ์ ศรีเจริญ และ “สไตลิสต์” สมชัย ทองชัยเดช จากร้าน Big Cut Hair World Center ณ โซน Money Park / MBK Center มาแนะนำเรื่องการเลือกทรงผมให้กับรูปหน้าและโหงวเฮ้ง
“ซินแส” ทีปกรณ์ ศรีเจริญ พูดเรื่องทรงผมกับโหงวเฮ้งว่า ถ้าเป็นลักษณะของการทำผม ก็มีบทบาทกับบุคลิกของคน “การเปลี่ยนทรงผมให้เข้ากับโหงวเฮ้ง เราจะดูบุคลิกว่าคนนี้จะเป็นหน้ากลมอูม หรือ หน้ารูปไข่อูม หน้ายาว คางแหลม ถ้ารู้อย่างนี้ เราก็สามารถเอามาดัดแปลงให้เข้ากับโครงหน้าเขา โดย “โหงว” แปลว่า 5 ส่วนบนใบหน้า คือ หน้าผาก โหนกแก้ม จมูก ปาก คาง ส่วน “เฮ้ง” แปลว่า ดี ทรงผมที่เข้ากับโหงวเฮ้ง คือ การออกแบบทรงผมให้มีสัดส่วนที่ดี สมส่วน โหงวเฮ้งติดตัวมาตั้งแต่เกิดก็จริง แต่ก็สามารถจะเปลี่ยนได้ อย่างยุคนี้คนไปทำศัลยกรรมมากขึ้น ทำจมูก ทำตา ทำปาก ส่วนหนึ่งเป็นการเสริมโหงวเฮ้งเพื่อให้ดูดีขึ้น เปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกัน
อย่างคนที่หน้าเรียบๆ ธรรมชาติๆ เขาก็มาพบกับเรา มีชีวิตแบบเป็นแม่บ้าน ราบเรียบ แต่พอเริ่มมีงานเข้ามาเขาก็ต้องออกไปนอกบ้าน เราก็จะต้องเปลี่ยนทรงผมให้เขาใหม่ ให้ดูทันสมัยขึ้น คือเป็นเรื่องของการดีไซน์ ต้องเปลี่ยนให้มันดูกระฉับกระเฉง เช่น ทรงผมที่เป็นเส้นตรง หมายถึงความราบเรียบ แต่ถ้ามีการดัด มันเหมือนเราเติมไฟ เหมือนกับมีพลัง ถ้าเป็นคนกรามใหญ่ เราอาจจะเอาผมข้างหนึ่งมาปิดกราม เพื่อลบกรามได้ หากหน้าผากเถิก เราก็ตัดเป็นหน้าม้ามาปิด ม้าเฉียงเราก็ต้องดูตำแหน่งคิ้ว บางคนหัวเรียบเราก็ต้องดัดแปลงให้ผมดูมีสปริง มีน้ำหนักหน่อย เพื่อเสริมให้โหงวเฮ้งดูดีขึ้น
เราจะดูว่าหน้าของคน โครงหน้าแบบนี้แล้วเขาเปลี่ยนทรงผม จะทำให้อะไรของเขาดีขึ้นหรือไม่ ก็คือทำให้ชีวิตเขามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เนื่องจากว่า ถ้าเป็นคนราบเรียบแล้วตัดทรงราบเรียบก็จะไม่มีใครสนใจ แต่พอเราใส่สีสัน ให้ดูมีชีวิตชีวา หมายถึง ความแอ็กทีฟของเขาเกิดขึ้น คือ จากคนที่ไม่มีใครมาสนใจ แต่กลับมีคนมามอง มาทักทาย เดินไปก็เฉี่ยวหูเฉี่ยวตาคนอื่น ทำให้ชีวิตเขารู้สึกว่าเริ่มมีประกาย ทำให้เขากระฉับกระเฉง อันนี้ก็ไปใช้กับชีวิตในงานเขาได้”
ในส่วนหน้าที่ของการออกแบบทรงผม ซินแสกับสไตลิสต์ จะทำงานผสานกัน โดยซินแสทำหน้าที่ดูโหงวเฮ้ง และแนะนำทรงผมที่รับกับโหงวเฮ้ง และสีผมที่เหมาะกับโหงวเฮ้ง ส่วนสไตลิสต์ก็จะทำหน้าที่วิเคราะห์อีกครั้งหนึ่งว่า ทรงผมในสไตล์ที่ซินแสบอกนั้น มีทรงไหนบ้าง เช่น ซินแสให้สไลด์ด้านข้าง ก็มาดูว่าสไลด์มีหลายแบบ แบบไหนเหมาะกับหน้าลูกค้า และลูกค้าพึงพอใจแบบไหนมากที่สุด
หน้ารูปไข่
คนหน้ารูปไข่ค่อนข้างจะได้เปรียบ เนื่องจากว่าหน้าเขาถือว่าเป็นมาตรฐาน ทรงที่ไม่เหมาะกับเขาค่อนข้างน้อย เพราะหน้ารูปไข่ไว้ผมยาวก็ได้ หรือสั้นก็ได้ ผมบ๊อบก็ได้ หยิก งอได้หมด เท่าที่ดูมาคนหน้ารูปไข่ไม่ค่อยมีปัญหา แต่การทำผมให้เข้ากับโหงวเฮ้งจะช่วยเสริมราศีเขา ให้เขาดูมีความมั่นใจ
ซินแสแนะนำ- ควรจะทำผมซอยสั้นสไลด์ ทำสีสว่างเพื่อให้หน้าขาวใส ชีวิตจะได้สดใสตามรูปหน้า มีความแอ็กทีฟ เสริมสร้างพลังให้ก้าวไปข้างหน้า มีจินตนาการที่ดี บ่งบอกว่าเป็นสาวทันสมัย จากรูปแบบเดิมที่หน้าตาธรรมดาทั่วๆ ไป การแสก หรือการปัดผมของคนหน้ารูปไข่ จริงๆ แล้วสามารถแสกกลางได้ เพราะรูปทรงยาวเรียวอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นหน้าอูมหรือทรงกลมจะให้แสกที่ตำแหน่งเลยจากหัวคิวด้านซ้ายมานิดหนึ่ง แต่ถ้าหน้าผากด้านนั้นมีแผลเป็น หรือมีจอมขวัญก็ให้ไปแสกอีกด้านหนึ่งได้จะช่วยให้รูปหน้าดูดีขึ้น
ทำสีผม- จะเน้นสีออกแดงนิดหน่อย หรือมีไฮไลต์ทองผสมนิดๆ หรือจะไล่โทนสีจากผิวใบหน้ามาสีผมก็ได้
มุมมองสไตลิสต์– ทำผมยาวก็ได้ สั้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับบุคลิก แต่ไม่ควรปล่อยผมให้ตรงเรียบเฉยๆ ควรจะเพิ่มสีสันให้ผม ไม่ว่าจะเป็นการทำสี สไลด์ผมด้านข้าง ทำหน้าม้า คือเพิ่มลูกเล่นให้กับใบหน้า
หน้าเหลี่ยม
คนหน้าเหลี่ยมแล้วมีโหนก หมายถึงเป็นคนที่รับผิดชอบสูง แล้วค่อนข้างจะเป็นคนที่อดทน
ซินแสแนะนำ– ถ้าคางใหญ่อาจจะให้เลี้ยงผม เพื่อจะปิดกราม แต่ก็มีบางแบบที่ให้เปิด คือเป็นแบบเกาหลี คือสไลด์ ให้ผมมันชี้ๆ ออกมาเพื่อปิดแก้ม เพื่อให้มีความกระฉับกระเฉงขึ้น เสริมสร้างความคล่องตัว ชีวิตจะได้ราบรื่นคล่องตัว แล้วเรื่องปัญหาแบกภาระมันก็จะน้อยลง จะดูว่าเป็นคนคล่องแคล่ว แล้วก็โฉบเฉี่ยวอิสระ ร่าเริง บางทีก็เน้นให้เปิดแก้มข้างหนึ่ง แล้วเอาต่างหูมาช่วย จะทำให้ดูเปรี้ยวไปอีกแบบ ต่างหูจะช่วยดึงดูดจุดสนใจจากใบหน้า ทำให้มีจุดสนใจ 2 จุด ไม่เพ่งไปที่ใบหน้าอย่างเดียว
ทรงที่เหมาะ คือสั้นอยู่ที่ไหล่ ถ้ายาวก็ยาวไปเลย แต่ถ้าสั้นเลยไม่เหมาะแน่ๆ ไม่ควรให้สั้นเลยคางขึ้นไป ควรให้อยู่ระดับคอ ควรเป็นทรงเปิดหน้าแล้วก็ปัด จะหยิกด้วยก็ได้ ตอนนี้ที่นิยมมากที่สุดเป็นสไลด์ชี้ๆ
ทำสีผม- น่าจะเป็นสีแดงธรรมชาติ ที่เห็นชัดๆ จะเป็นแดงโคล่า
มุมมองสไตลิสต์– ผมสั้นได้ประบ่า สไลด์ผมด้านหน้าเพื่อให้ผมปิดกราม ถ้าผมยาวก็ต้องสไลด์เหมือนกัน เพื่อให้หน้าดูมีมิติ และที่สำคัญต้องทำสีผมเพื่อให้เห็นเทกเจอร์ของผม ไม่อย่างนั้นถ้าผมสไลด์ แต่เป็นสีดำก็จะเห็นไม่ชัด การทำสีผมจะทำให้ผมดูโดดเด่นขึ้น ต้องดัดผมอ่อนๆ เพื่อให้ผมดูมีวอลุม สามารถเซตเองได้ง่ายๆ จะไว้ผมม้าก็ได้แต่ต้องปัดเฉียง
หน้ายาว
ซินแสแนะนำ– เน้นให้ดัดผมมาตรงแก้ม และให้ผมมีน้ำหนักทั้ง 2 ข้าง อย่าแสกผมตรงกลาง นอกจากไม่เหมาะแล้ว ความหมายยังไม่ดีอีก เพราะดูเหมือนคนหัวแบะ แตงโมผ่าซีกก็ไม่ดี ตีแสกหน้าก็ไม่ดี ถ้าส่วนของฟันยาว คางยาวไว้ผมหน้าม้าก็ดีช่วยดึงดูดไม่ให้คนมองที่ปาก โดยมากโหงวเฮ้งเราจะดูในความกลมกลืนมากกว่า คือไม่ให้ส่วนใดส่วนหนึ่งมันเสีย
มุมมองสไตลิสต์– เหมาะกับการไว้ผมยาว แต่ต้องเก็บด้านข้าง และทำสีผมช่วย เหมาะกับการดัดผมลอนใหญ่ แต่ต้องทำสีผมช่วยไม่อย่างนั้นจะดูมีอายุ
หน้ากลม
คนหน้ากลมจะเป็นธาตุน้ำ จะมีอารมณ์ที่ค่อนข้างจะเข้ากับสถานการณ์ และสิ่งแวดล้อมได้ บุคลิกภาพเป็นคนขี้เล่น สนุกสนาน เป็นคนใจเย็น ประนีประนอม ไม่ชอบการแตกร้าว มีความคิดก้าวไกล มีจิตนาการที่สูง แต่จะเป็นคนขี้ใจอ่อนมาก
ซินแสแนะนำ- ต้องตัดผมสั้นหรือจะม้วนเป็นลอนเล็กๆ ก็ได้ ปลายม้วนๆ อันนี้จะดูสดใสขึ้นมา ทำให้ดูน่ารักและดูเด็กขึ้น นี้เป็นลักษณะธาตุน้ำ ถ้าทำผมหน้าม้าต้องเฉียงซ้าย ตัดทรงนี้ก็จะทำให้ชีวิตเขาสดชื่นขึ้น มีชีวิตที่ดีขึ้น ก้าวหน้าขึ้น นอกจากจะเป็นลักษณะที่โฉบเฉี่ยวแล้ว มักจะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา คนหน้ากลมไม่เหมาะที่จะเปิดหน้าผาก รวบผมไปมัดไว้ข้างหลัง ถ้ารวบผมไว้ข้างหลังหน้าจะลอย เน้นแสกข้าง แสกกลางไม่สวย
มุมมองสไตลิสต์– ต้องมีเส้นผมหนา ถ้าบางจะทำให้ผมแบนลีบไปกับศีรษะ ทำให้หน้ายิ่งลอยขึ้นมา แต่ถ้าผมบางเราต้องทำให้ผมดูมีน้ำหนัก ซอยสไลด์ไล่ระดับขึ้นไป ถ้าลูกค้าไม่กังวัลเรื่องการดัด ควรจะดัดผมเพื่อให้ผมดูหนาขึ้น และทำให้ผมปิดแก้มด้านข้างทั้ง 2 คือม้วนผมมาด้านหน้า
หากยังไม่กล้าตัดสินใจว่า ผมทรงไหนเหมาะกับตัวเอง ลองปรึกษาซินแสหรือสไตลิสต์ดูก่อนก็ได้ หากคำแนะนำเป็นที่พึงพอใจ หรือตรงกับความต้องการของเรา จะมัวรอช้าอยู่ไย รีบลงมือเปลี่ยนทรงผมเพิ่มความเฉิดฉายให้ตัวเองกันเถอะ

ดูแลตัวเองให้สวย



6 วิธีง่ายๆ ดูแลตัวเองให้สวยตลอดกาล
1. รับประทานผักผลไม้สารพัดสีที่ธรรมชาติมี
สาวๆ จ๋า...อยากให้ตัวเองดูสวยสดใสตราบนานเท่านานล่ะก็ ต้องรู้จักเลือกรับประทานอาหาร โดยเฉพาะผักผลไม้ซึ่งถือว่า "สุดยอดอาหารเพื่อผิวสวย" นั่นเอง โดยต้องรับประทานผักผลไม้ต่างๆ ที่มีหลากสีในตู้เย็นของคุณ เช่น สีแดงมะเขือเทศ สีม่วงองุ่น สีส้มแครอต สีเขียวคะน้าหหรือบร็อกโคลี่ สีเหลืองพริกเหลือง ฯลฯ อย่ายึดติดกับการกินอะไรเพียงอย่างเดียว เพราะพืชต่างสีมีสารอาหารต่างชนิด และยังเป็นการเพิ่มสีสันการกินไม่ให้น่าเบื่อด้วย

นอกจากนี้ยังมีวิธีการกินที่ทำให้คุณอร่อยกับผักผลไม้กว่าที่คุณคิด และยังไม่รับสารอาหารเพื่อผิว
สวยกันแบบเต็มๆ คือ นำผักที่ชอบสีอะไรก็ได้ มามิกซ์รวมกันเป็นสลัดทานพร้อมน้ำสลัด ที่มีให้
้เลือกหลายรสชาติ แค่นี้ก็รับประทานทั้งผักผลไม้ได้ทุกวันแบบไม่มีเบื่อ

2. สวยเพราะบริหารหน้าท้องใน 5 วินาทีทุกวัน
รีบกลับมาออกกำลังกันได้แล้วค่ะ นอกจากส่งผลเรื่องสุขภาพ
ที่ดีมากๆ แล้ว ยังช่วยให้ผิวสวยตลอดไปอย่างไร้ข้อกังขา แต่หาก
ไม่มีเวลาจริงๆ มีวิธีง่ายๆ ที่ทำให้คุณสวยและมีสุขภาพดีขึ้นได้ใน
5 วินาที คือ ยอมตื่นเช้าหน่อย ก่อนลุกจากเตียง ให้นอนหงาย
เกร็งหน้าท้องไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ 20 ครั้ง ทุกๆ วัน ประมาณสอง
สัปดาห์เห็นผลเลยว่า หน้าท้องกระชับขึ้น คราวนี้แหละ..
ใส่ชุดไหนก็สวย
3. แปรงผิวทุกวันตอนเช้าและก่อนนอน
สำหรับการแปรงผิวต้องใช้แปรงที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ใยบวบ ฯลฯ ซึ่งใช้เวลาแปรงให้
ทั่วตัวครั้งละไม่ต่ำกว่า 5 นาทีก่อนอาบน้ำปกติ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ และหลังอาบน้ำ
ทุกครั้ง บำรุงผิวด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อคงความชุ่มชื่นให้ผิว
4. หนีงาน พักร้อน คืนความสวย
หาเวลาพักให้หายอ่อนล้า หายเซ็ง หายเครียดกันซะบ้าง โดยเฉพาะความเครียดเป็นตัว
ทำลายความสวยมากๆ เลยล่ะ เนื่องจากเวลาเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมาก ผลคือหน้าตาไม่สดใส ผิวหมองคล้ำ สุขภาพแย่ ฯลฯ แบบนี้จะคงความสวยอยู่ได้ยังไง ดังนั้น อย่าปล่อยให้เครียด รีบเติมความสดใสให้ชีวิต และรีชาร์จตัวเอง อาจหนีงานไปพักร้อนสัก 2-3
วัน เป็นการผ่อนคลายความเครียดที่ได้ผล การสร้างเสียงหัวเราะให้กับตัวเอง ร่างกายจะได้หลั่ง
สารเอ็นดอร์ฟิน (สารแห่งความสุข) เมื่ออารมณ์ดี ส่งผลสุขภาพดี ผิวดี แบบนี้..จะไม่สวยได้อย่าง
ไรล่ะ
5. งดกินอาหารที่ก่อเกิดเซลลูไลต์ซะที
อย่างที่รู้กัน...แอลกอฮอล์ กาแฟอีนในชากาแฟ มีผลร้ายต่อระบบเผาผลาญอาหารของร่างกาย ซึ่งรู้ไหมว่าอาหารพวกนี้กินทีไร ส่งผลให้ร่างกายบวมน้ำ ที่สำคัญ...ก่อให้เกิดเซลลูไลต์ง่ายๆ ป้องกันซะก่อนจะยากเกินแก้ ด้วยการเลิกดื่มชากาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซะดีกว่า หันมา
ดื่มน้ำผลไม้แทน สาวๆ ที่ชอบปาร์ตี้แล้วอดไม่ได้กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คงต้องรีบอดใจงดซะ
ก่อนจะเสียสวย
6. รับประทานผักสดและผลไม้อย่างน้อยวันละ 1 จาน

โดยเฉพาะผักผลไม้อุดมด้วยวิตามินซี ไฟเบอร์ และสารต่อต้านอนุมูลอิสระโดยวิตามินซี
สามารถช่วยเก็บคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวดูกระชับ เปล่งปลั่ง ส่วนไฟเบอร์ช่วยขับมลพิษออก
จากร่างกาย ช่วยให้ผิวสดใสขึ้น ส่วนสารต่อต้านอนุมูลอิสระ แน่นอนช่วยชะลอไม่ให้แก่ก่อนวัย
นั่นเอง ผักผลไม้ที่อุดมด้วยสารเหล่านี้ เช่น มะเขือเทศ แครอต บร็อกโคลี่ ผักคะน้า มะละกอ สับปะรด พรุน ฝรั่ง สตอร์เบอรี่ กล้วย ฯลฯ รวมทั้งธัญพืชต่างๆ ด้วย แต่หลายคนอาจเบื่อกับการ
กินผักผลไม้ อีกทั้งไม่มีเวลาที่จะทำอะไรที่ซับซ้อน ยุ่งยาก วิธีง่ายๆ ใช้เวลาแค่ 5 นาที ก็สามารถ
ช่วยให้ผักผลไม้ของคุณอร่อยขึ้น คือการทานผักกับน้ำสลัดรสชาติที่ชอบ หรือจิ้มผลไม้กับน้ำสลัด
แทนพริกกับเกลือ ก็ช่วยให้ทานผักผลไม้อร่อยขึ้น